ปัญหาที่องค์กรไทยมักเจอเมื่อไม่มี ERP — และ Odoo คือคำตอบ
พ.ค. 03, 2025
51 mins read
หลายองค์กรในไทยเติบโตจากธุรกิจครอบครัวหรือ SME ขยายมาจนมีหลายแผนก หลายสาขา แต่ยังใช้ Excel โปรแกรมบัญชีพื้นฐาน และการส่งไฟล์ทางไลน์เป็นหลัก ซึ่งอาจ “พอใช้ได้” ในช่วงแรก แต่เมื่อธุรกิจโตขึ้น ช่องโหว่จากการไม่มีระบบ ERP ที่ดีจะทยอยปรากฏชัดขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งด้านต้นทุน การควบคุม และความเร็วในการตัดสินใจ
เมื่อไม่มี ERP — ปัญหาไม่ได้อยู่แค่ “งานช้า” แต่คือ “ภาพรวมธุรกิจเบลอ”
หลายบริษัทมองว่า ERP เป็นเรื่องใหญ่ เหมาะกับองค์กรขนาดมหึมาเท่านั้น จึงเลือกใช้ระบบแยกกันไปในแต่ละแผนก เช่น ฝ่ายขายใช้โปรแกรมหนึ่ง คลังใช้ Excel บัญชีใช้โปรแกรมอีกตัว ข้อมูลจึงถูกขังอยู่ใน “ไซโล” (Silo) เวลาอยากเห็นภาพรวมทั้งบริษัท ต้องใช้การดึงรายงานจากหลายระบบ มานั่งรวมใน Excel อีกที เสียเวลาหลายวันแต่ยังไม่แน่ใจว่าข้อมูลถูกต้องหรือไม่
ปัญหานี้ไม่ได้กระทบแค่คนหลังบ้าน แต่ลามไปถึงหน้าบ้าน ลูกค้ารอใบเสนอราคานาน ของส่งช้า ตอบไม่ได้ว่าของมีพร้อมส่งจริงไหม หรือกว่าจะรู้ว่าธุรกิจ “กำไรจริงหรือเปล่า” ก็หลังปิดงบไปแล้วหลายสัปดาห์ ยิ่งตลาดแข่งขันสูง ความล่าช้าเพียงไม่กี่วันอาจหมายถึงการเสียดีลสำคัญไปอย่างน่าเสียดาย
ข้อมูลกระจายหลายที่ ไม่รู้ว่า “เชื่ออันไหนดี”
ตัวเลขยอดขายจากฝ่ายขายไม่ตรงกับบัญชี ยอดสต็อกจากคลังไม่ตรงกับ Excel ของทีมจัดซื้อ ผู้บริหารจึงต้องใช้ “ความรู้สึก” มากกว่า “ข้อมูลจริง” ในการตัดสินใจเรื่องสำคัญ
คนเก่งลาออก ข้อมูลทั้งบริษัทหายไปกับคน
ไม่มีระบบกลางเก็บกระบวนการทำงาน ความรู้จึงอยู่ในหัวคนไม่กี่คน เมื่อคนสำคัญลาออก ทีมที่เหลือต้องเริ่มเรียนรู้ใหม่ เกิดข้อผิดพลาดซ้ำ ๆ และองค์กรเสียโอกาสในการเติบโต
5 ปัญหาหลักที่องค์กรไทยมักเจอ เมื่อยังไม่มี ERP
ลองเช็คดูว่าธุรกิจของคุณกำลังเผชิญกับข้อใดข้อหนึ่งเหล่านี้อยู่หรือไม่
1
ใช้ Excel เป็นพระเอกทุกอย่าง ยอดขาย สต็อก ต้นทุน โปรเจกต์ แยกไฟล์กันไปมา เสี่ยงพลาดจากการคีย์ผิด ลบผิด และไม่มีประวัติการแก้ไขที่ชัดเจน
2
อนุมัติช้า เพราะข้อมูลไม่ครบในคราวเดียว ผู้บริหารต้องถามซ้ำหลายรอบ ขอไฟล์เพิ่มทีละแผนก กว่าจะตัดสินใจอนุมัติได้ก็เสียโมเมนตัมทางธุรกิจไปแล้ว
3
สต็อกไม่ตรง ทั้งของขาดและของล้น หน้าร้านบอกของหมด แต่คลังบอกยังมี หรือสั่งของเข้าเยอะเพราะกลัวขาด จนกลายเป็นสต็อกค้างทุนจมอยู่ในคลัง
4
ปิดงบล่าช้า มองไม่เห็นกำไรจริงรายเดือน บัญชีต้องตามเอกสารใบเสร็จ ใบส่งของ ใบปรับสต็อกจากหลายฝ่าย ทำให้ผู้บริหารไม่มีตัวเลขสด ๆ ในการวางแผน
5
ขยายทีม/สาขาแล้ว “ระบบคน” รับไม่ไหว ตอนทีมเล็กพอจัดการกันเองได้ แต่พอคนเยอะขึ้น สาขาเพิ่มขึ้น การควบคุมด้วยกฎปากเปล่าและไฟล์แชร์เริ่มไปต่อไม่ไหว
รวมทุกแผนกไว้ในระบบเดียว ข้อมูลไหลลื่น
Odoo เชื่อมตั้งแต่การขาย คลัง จัดซื้อ บัญชี ไปจนถึง HR และโครงการ ทำให้ข้อมูลที่เกิดขึ้นในแผนกหนึ่ง ถูกส่งต่อไปยังอีกแผนกโดยอัตโนมัติ
- ใบเสนอราคากลายเป็น SO และ Invoice ในไม่กี่คลิก
- การส่งของปรับสต็อกและรับรู้ต้นทุนทันที
- ตัวเลขบัญชีสะท้อนธุรกรรมจริงแบบ Real-Time มากขึ้น
เริ่มจากเล็กแต่เติบโตได้ (Start Small, Scale Fast)
องค์กรไม่จำเป็นต้องลงทุนทุกโมดูลพร้อมกัน สามารถเริ่มจากจุดที่เจ็บที่สุด เช่น Sales + Inventory แล้วค่อยขยายไปยัง Accounting, Manufacturing, HR ภายหลัง
- ลดความเสี่ยงของโปรเจกต์ ERP ใหญ่เกินไป
- ให้ทีมมีเวลาเรียนรู้และปรับตัวทีละขั้น
- ลงทุนตามจังหวะกระแสเงินสดของธุรกิจได้
มี Localization รองรับบริบทองค์กรไทย
เมื่อปรับใช้ร่วมกับ Partner ที่เชี่ยวชาญ สามารถรองรับภาษีไทย เอกสารทางการค้า ฟอร์มใบกำกับภาษี และโครงสร้างบัญชีตามมาตรฐานไทยได้ครบถ้วน
- ลดงานแปลงเอกสารและดัดแปลงข้อมูลย้อนหลัง
- ทำงานง่ายขึ้นกับผู้ตรวจสอบบัญชีและกรมสรรพากร
- ทีมบัญชีไม่ต้องปรับตัวหนักเหมือนใช้ระบบต่างประเทศดิบ ๆ
ลดการพึ่ง “ฮีโร่ประจำแผนก”
เมื่อกระบวนการทำงานถูกย้ายมาอยู่ในระบบ Odoo พร้อม Log และประวัติการทำงานชัดเจน องค์กรไม่ต้องผูกติดกับคนใดคนหนึ่งมากเกินไป
- ใครลาออก ระบบงานยังเดินต่อได้
- คนใหม่เข้ามาเรียนรู้จาก Workflow และประวัติในระบบ
- ลดการพึ่ง “ความจำ” และ “ประสบการณ์เฉพาะตัว” เพียงอย่างเดียว
เพิ่มความโปร่งใส ตรวจสอบย้อนหลังได้
ทุกการเปลี่ยนข้อมูล การอนุมัติเอกสาร และการแก้ไขสำคัญมีประวัติในระบบ ช่วยทั้งด้านการควบคุมภายในและการสอบทานของผู้บริหาร
- เห็นได้ว่าใคร อนุมัติอะไร เมื่อไหร่
- ช่วยลดความผิดพลาดและพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
- เหมาะกับองค์กรที่ต้องการยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการ
รายงานและ Dashboard เห็นภาพรวมธุรกิจได้จริง
Odoo มีรายงานมาตรฐานและ Dashboard ให้ผู้บริหารเห็นยอดขาย กำไรขั้นต้น สต็อก และกระแสเงินสดได้ในหน้าจอเดียว โดยไม่ต้องต่อ Excel เพิ่ม
- ตัดสินใจบนข้อมูลที่สดใกล้เคียง Real-Time
- เปรียบเทียบสาขา/สินค้า/ทีมขายได้ง่าย
- ใช้ตัวเลขจริงในการตั้งเป้าและประเมินผล
ตัวอย่างสถานการณ์จริงที่ Odoo เข้ามาช่วยองค์กรไทย
ลองดูภาพจำลองขององค์กรไทยในหลายรูปแบบ ที่มักเจอปัญหาเพราะไม่มี ERP และเห็นภาพว่าถ้าเปลี่ยนมาใช้ Odoo แล้วสถานการณ์จะต่างออกไปอย่างไร
SME
โรงงาน SME ที่โตจาก 1 เป็น 3 สายการผลิต เดิมใช้ Excel แยกกันในแต่ละสาย ผลิตเกิน–ขาดตลอด เมื่อใช้ Odoo เชื่อม Manufacturing + Inventory + Purchase ทำให้วางแผนการผลิตและจัดซื้อได้จากยอดขายจริง ลดของเหลือและของขาดในเวลาเดียวกัน
DIST
บริษัทจัดจำหน่ายที่มีทีมเซลส์ทั่วประเทศ ก่อนใช้ Odoo ทีมเซลส์ทำใบเสนอราคาบน Excel ส่งไลน์-อีเมลให้หลังบ้านคีย์ซ้ำ เมื่อใช้ Odoo CRM + Sales + Accounting ทำให้เซลส์ออกใบเสนอราคาจากมือถือ และเปลี่ยนเป็น SO/Invoice ได้ในคลิกเดียว ลดเวลารอเอกสารอย่างชัดเจน
SRV
บริษัทบริการที่ต้องออกบิลตาม Time & Material เดิมตามข้อมูลเวลาทำงานจากไลน์และไฟล์แนบ ง่ายต่อการตกหล่น เมื่อใช้ Odoo Project + Timesheets ข้อมูลเวลาทำงานไหลเข้าระบบบัญชี ทำให้การออกใบแจ้งหนี้โปร่งใสและตรวจสอบได้
ตัวอย่างผลลัพธ์ที่องค์กรไทยมักสัมผัสได้ เมื่อเริ่มใช้ Odoo เป็น ERP กลาง
-40%
เวลาที่ใช้รวบรวมข้อมูลเพื่อประชุมผู้บริหาร
-30%
ข้อผิดพลาดจากการคีย์ข้อมูลซ้ำหลายระบบ
+25%
ความเร็วในการตัดสินใจเชิงธุรกิจ
*ตัวเลขเป็นเพียงตัวอย่างเชิงแนวคิด เพื่อสะท้อนศักยภาพของการเปลี่ยนจากการทำงานแบบกระจัดกระจายสู่ ERP กลางอย่าง Odoo
ถึงเวลาย้ายจาก Excel และระบบกระจัดกระจาย สู่ ERP ที่โตไปพร้อมธุรกิจคุณ
ถ้าคุณเริ่มรู้สึกว่าข้อมูลในองค์กร “เริ่มควบคุมยาก” นั่นคือสัญญาณว่าถึงเวลาต้องมีระบบที่มากกว่าแค่โปรแกรมบัญชี และไฟล์ Excel Odoo คือ ERP ที่ให้คุณเริ่มต้นแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่มีศักยภาพรองรับการเติบโตระยะยาว พร้อม Partner ในไทยที่ช่วยออกแบบโซลูชันให้ตรงกับบริบทธุรกิจของคุณจริง ๆ